เคล็ดลับรับมือเหตุฉุกเฉินในรถยนต์ไฟฟ้า ที่ผู้ใช้รถทุกคนต้องรู้ จาก DEEPAL

  • โดย : PR Autodeft
  • 3 เม.ย. 68 23:27
  • 1,008 อ่าน

ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเพิ่มจำนวนบนท้องถนนอย่างรวดเร็วในประเทศไทยกับยอดจดทะเบียนในปี 2567 ที่ผ่านมาสูงถึง 96,736 คัน และมียอดสะสมถึง 227,490 คัน* ความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษายานยนต์ไฟฟ้าและวิธีรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ทั้งในกลุ่มประชาชนทั่วไปและเจ้าหน้าที่กู้ภัย วันนี้ DEEPAL ในฐานะแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำภายใต้ CHANGAN Automobile เล็งเห็นความสำคัญด้านความปลอดภัยบนท้องถนน และอยากเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความรู้ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดเหตุสุดวิสัย โดยเฉพาะใกล้ช่วงเทศกาลวันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึง ซึ่งการจราจรจะหนาแน่นเป็นพิเศษ จึงตอกย้ำความมุ่งมั่น ผ่านการให้คำแนะนำด้านการรับมืออุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้าอย่างถูกวิธีเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

เมื่อโลกเปลี่ยน ทุกคนต้องตามให้ทัน

รถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปมีความแตกต่างที่สำคัญหลายประการ ในขณะที่รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปใช้น้ำมันเป็นแหล่งพลังงานจึงมีความเสี่ยงจากการรั่วไหลของเชื้อเพลิง รถยนต์ไฟฟ้าใช้แบตเตอรี่แรงดันสูงที่อาจจะยังเก็บพลังงานไฟฟ้าไว้แม้เกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งความเสี่ยงหลักของรถทั้งสองประเภทก็แตกต่างกัน โดยรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปอาจเกิดไฟไหม้จากน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วไหล ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าอาจเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Thermal runaway หรือการที่แบตเตอรี่มีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเกินการควบคุม ซึ่งเป็นการลุกไหม้ของแบตเตอรี่แรงดันสูงที่ดับได้ยากกว่ามาก

นอกจากนี้ รถยนต์ไฟฟ้ามีส่วนประกอบหลักที่ทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่แรงดันสูง (Power Battery Pack) ที่เป็นเสมือนหัวใจสำหรับกักเก็บและจ่ายพลังงาน ชุดควบคุมมอเตอร์และมอเตอร์ขับเคลื่อน (MCU & Drive Motor) แทนกล้ามเนื้อที่ทำให้เคลื่อนไหวได้ โมดูลควบคุมรถยนต์ (Vehicle Control Unit) เป็นสมองคอยสั่งการ ไปจนถึงชุดมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนรถ รวมถึงระบบปรับอากาศและทำความร้อนที่ทำงานด้วยไฟฟ้า ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง

การจัดการเหตุฉุกเฉินเบื้องต้น เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด

ในกรณีอุบัติเหตุทั่วไป สิ่งแรกที่ต้องทำคือการตอบสนองฉุกเฉินด้วยการพาผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ออกจากบริเวณ ติดต่อเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกั้นพื้นที่ จากนั้นต้องพยายามตัดระบบไฟฟ้าแรงสูงของรถให้เร็วที่สุดด้วยเครื่องมือฉนวนไฟฟ้าที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ขั้นตอนสำคัญลำดับถัดมาคือการประเมินความปลอดภัย โดยต้องตรวจสอบการรั่วไหล ความเสียหาย หรือความเสี่ยงอื่นๆ รวมถึงประเมินระบบไฟฟ้าแรงสูงของรถ หากพบความเสี่ยงสูง ควรแจ้งผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้าแรงดันสูงหรือทีมงานเฉพาะทางให้เข้ามาช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

น้ำกับไฟฟ้า ขั้วตรงข้ามที่อาจไม่รุนแรงเท่าที่หลายคนเข้าใจ
คนส่วนใหญ่เชื่อว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่จมน้ำจะมีไฟฟ้ารั่วไหลและเป็นอันตรายต่อผู้คนในบริเวณนั้น แต่ความจริงแล้วรถยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่มีระบบป้องกันที่ค่อนข้างดีและจะตัดระบบไฟฟ้าแรงดันสูงโดยอัตโนมัติเมื่อตรวจพบความผิดปกติ     อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของชีวิต ดังนั้น หากรถถูกน้ำท่วมอย่างรุนแรง ผู้ขับขี่และผู้โดยสารควรรีบออกจากตัวรถทันทีแล้วค่อยขอความช่วยเหลือ จากนั้นควรตัดระบบไฟของรถทันทีและปิดสวิตช์ซ่อมบำรุง (ถ้ามี) ไม่ควรปล่อยให้รถแช่น้ำนานเกินไปและควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบสภาพก่อนสตาร์ทรถ เพื่อไม่ให้เกิดการลัดวงจรและไฟไหม้ตามมา

การลากจูงรถยนต์ไฟฟ้าที่จมน้ำก็มีข้อควรระวังเช่นกัน ควรใช้รถลากแบบพื้นเรียบ (Flatbed Tow Truck) และป้องกันไม่ให้ล้อหมุนระหว่างการเคลื่อนย้าย เนื่องจากการหมุนของล้ออาจทำให้มอเตอร์ไฟฟ้าผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งอาจเป็นอันตรายหากระบบไฟฟ้าเกิดความเสียหายจากน้ำ

เปลวไฟ ภัยร้ายตัวจริงของเหตุฉุกเฉิน

ไฟไหม้ในรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องที่น่ากลัวกว่าในรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปอย่างมาก เพราะเมื่อแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเกิด Thermal Runaway จะปล่อยออกซิเจนออกมาเอง ทำให้ดับไฟได้ยากมากและอาจลุกไหม้ซ้ำ ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือตัดระบบไฟฟ้าของรถทันที กดปุ่มปิดระบบไฟหากเป็นรถที่มีระบบสตาร์ทแบบไม่ใช้กุญแจ หรือถอดกุญแจออกและนำกุญแจออกห่างจากตัวรถ จากนั้นควรแจ้งเหตุฉุกเฉินโดยระบุสถานที่เกิดเหตุ ประเภทรถ และระดับความรุนแรงของไฟไหม้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสมมาช่วยเหลือ

ในปัจจุบัน มีนวัตกรรมล่าสุดที่ช่วยในการรับมือกับเหตุการณ์ลักษณะนี้คือผ้าห่มกันไฟสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Fire Blanket ซึ่งออกแบบมาเพื่อควบคุมและจำกัดการลุกไหม้ ลดการเข้าถึงของออกซิเจน ควบคุมเปลวไฟ ควัน และไอพิษ รวมถึงป้องกันการลุกลามของไฟไปยังรถคันอื่นหรือสิ่งปลูกสร้างใกล้เคียง โดยต้องเข้าหารถด้วยความระมัดระวัง คลี่ผ้าห่มแล้วคลุมรถให้มิดชิดทั้งคัน ปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลาหลายชั่วโมงเพื่อลดความเสี่ยงของการลุกไหม้ซ้ำ อย่างไรก็ตาม ผ้าห่มชนิดนี้ไม่สามารถดับการลุกไหม้จากการลัดวงจรของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนได้โดยตรง แต่ช่วยควบคุมสถานการณ์ให้ดีขึ้น

เทคโนโลยีมีประโยชน์ต่อการช่วยชีวิต
โลกวันนี้ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล ทำให้เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญแม้แต่ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ โดยมีแอปพลิเคชัน Euro RESCUE และ ANCAP RESCUE เป็นคู่มือกู้ภัยที่ช่วยในการค้นหาข้อมูลเฉพาะของรถยนต์แต่ละรุ่น เช่น ตำแหน่งของแบตเตอรี่แรงดันสูง จุดตัดที่ปลอดภัย และตำแหน่งของถุงลมนิรภัย นอกจากนี้ ยังมี “ปลั๊กฉุกเฉิน” (Emergency Plug) เป็นอุปกรณ์เสริมที่ใช้เสียบเข้ากับช่องชาร์จของรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อจำลองสถานะการชาร์จไฟฟ้า และบังคับให้ระบบแรงดันสูงของรถตัดการทำงานโดยอัตโนมัติ ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น

ก้าวสู่อนาคตที่ปลอดภัยกว่าสำหรับทุกคน
ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ความรู้เกี่ยวกับการรับมือกับอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้าจึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ DEEPAL ไม่เพียงเดินหน้านำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพ แต่ยังให้ความสำคัญกับการให้ความรู้แก่ผู้ใช้รถและสังคมโดยรวม ด้วยความเชื่อมั่นว่าการเข้าใจวิธีการรับมือกับอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้าอย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้กับทุกคนบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่กู้ภัย หรือประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเรียนรู้และปรับตัวคือกุญแจสำคัญสู่ความปลอดภัย การทำความเข้าใจเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าและวิธีรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจึงไม่ใช่เพียงความรู้เสริม แต่เป็นทักษะสำคัญที่อาจช่วยชีวิตได้ในอนาคตอันใกล้

สามารถติดตามข้อมูลที่เป็นประโยชน์และความเคลื่อนไหวล่าสุดของ DEEPAL รวมถึงกิจกรรมและโปรโมชันต่างๆ ได้ที่ www.changan.co.th และช่องทางโซเชียลมีเดีย ได้แก่ Facebook, Instagram, TikTok และ YouTube

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ