ทำอย่างไร ..เมื่อรถโดนหินชนกระจกชนกระจกบังลม ...
- โดย : Autodeft
- 19 มิ.ย. 59 00:00
- 20,795 อ่าน
ในวันว่างๆ อากาศดีแบบนี้ หลายคนคงคิดตัดสินใจว่าจะออกเดินทางค้นหาความสบายในวันว่างกันอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าวันว่างของคุณกำลังกลายเป็นวันสุดซวย จากเสียงเล็กๆ “เป๊ะ!!!” แล้วตามด้วยรอยร้าวบนกระจก .... มันคงไม่ใช่เรื่องสนุกใช่ไหมคับ
เรื่องการโดนหินจากถนนดีดใส่กระจก จนแตกร้าว เป็นเรื่องที่คนขับรถทุกคนต้องเคยผ่านประสบการณ์ ด้วยบ้านเราถนนขาดการบำรุงรักษาในเรื่องความสะอาด มันเป็นเหตุสุดวิสัยในการขับขี่ที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่เหตุการณ์ใกล้ตัวแบบนี้ กลับมีการพูดถึงน้อยมาก แล้วเราจะทำอย่างไร หรือเลี่ยงเรื่องราวหินดีกระจกอย่างไรกัน
ทำอย่างไร เมื่อโดนหินดีดใส่กระจก
[IMAGE1]
เมื่อเกิดเสียง เป๊ะ!! กระจกขึ้น มาสิ่งแรกที่ควรทำคือ สังเกตบนกระจกว่า มีอาการร้าว มีรอยสะเก็ดหรือ ตามปกติแล้ว กระจกบังลมรถจะมีลักษณะลาดเอียงอยู่แล้ว ดังนั้นส่วนใหญ่หินที่มาโดนกระจกจะไม่ทำอันตรายต่อกระจก ยกเว้นใน 2 กรณีสำคัญ คือ
1 หินดังกล่าวเป็นหินก้อนใหญ่ หรือกระเด็นมาด้วยความเร็ว อาจจะสร้างความเสียหายทันที ระหว่างขับขี่ เกิดเป็นรอยแตกร้าวตามแรงปะทะ
2.หินก้อนดังกล่าวได้ปะทะเข้าที่บริเวณขอบกระจก ซึ่งเป็นบริเวณที่มีความละเอียดอ่อนมาก และทำให้เกิดรอยร้าวได้ง่ายมากๆ ด้วย
ในกรณีที่คุณพบเสียงหินกระทบกับกระจกแต่ไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆ ถือว่ารอดตัวไป แต่ถ้าหลังจากเสียง มีลักษณะรอยแตกร้าว ... ได้เวลารับมือกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้วครับ
1.ชะลอความเร็วรถ แม้กระจกบานหน้ารถยนต์ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน จะมีลักษณะเป็นกระจก 2 ชั้น แต่เมื่อหินกระทบกับกระจกจนเป็นรอยร้าว จะเกิดขึ้นอยู่ใน 2 ลักษณะ คือ 1 ทิ้งรอยร้าวเอาไว้เลย แล้วหยุด แค่นั้น กับ 2 ค่อนๆ เริ่มร้าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การลดความเร็วรถยนต์ลง เมื่อพบรอยร้าว เป็นการเตรียมตัวขั้นต้น เพื่อประเมินสถานการณ์ อาจจะเกิดขึ้น ว่ารอยที่เกิดขึ้นนั้น จะมีอาการต่อเนื่องไหม ถ้าพบว่ารอยร้าวหยุด ถึงกระจกจะเป็นรอยก็สามารถขับต่อได้ แต่ถ้าชะลอแล้วพบว่ารอยร้าวยังวิ่งต่อเนื่อง อันนี้ต้องระวังให้มาก
2.จอดรถ ในกรณีพบว่า รอยร้าวเริ่มมีเส้นยาวเพิ่มขึ้น คุณควรจะจอดรถทันที จากนั้นลงจากรถเพื่อตรวจสอบจุดที่หินดีดปะทะเข้าให้ ตามปกติแล้ว รอยร้าวจะวิ่งต่อเมื่อหินปะทะในจุดที่ละเอียดอ่อนที่สุด ในบริเวณขอบกระจกรถยนต์ ที่เป็นช่วงสีดำ หากคุณพบว่า หินอยู่ในจุดดังกล่าว ให้จอดรถสักพัก แล้วดูอาการร้าวว่ายังวิ่งต่อเนื่องหรือไม่ ถ้ายังวิ่งต่ออาจจะเสี่ยงไปถ้าคุณจะขับต่อเพราะกระจกอาจจะแตกได้ เมื่อขับด้วยความเร็ว
3.ปิดแผลชั่วคราว เมื่อคุณพบว่ากระจกหยุดร้าวเพิ่ม คุณควรจะเร่งฮีลกระจกเบื้องต้นกันก่อน โดยให้คุณจอดรถแวะซื้อกาวตราช้าง จากร้านช่างหรือร้านสะดวกซื้อที่ใกล้ที่สุด จากนั้นหยอดตามรอยเร้าเพื่อให้กระจกที่ร้าวไปแล้วไม่กระทบกันจนเป็นรอยแยกต่อไป และนำไปสู่กรณีกระจกแตกระหว่างการขับขี่ ซึ่งขั้นตอนนี้เนวิธีเบื้องต้นเพื่อให้ขับต่อได้ แต่เมื่อถึงปลายทางแล้ว ควรจะแจ้งประกันและทำการเปลี่ยนกระจกบังลมหน้าโดยเร็วที่สุด ทันที
การป้องกัน หินดีกระจก
แม้หินดีดกระจกจะเป็นสิ่งที่เราอาจจะเลี่ยงไม่ได้ 100% แต่บางครั้งเราก็สามารถเลี่ยงได้ จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่บางอย่าง อันได้แก่
1.หลีกเลี่ยงการขับขี่ตามรถบรรทุกขนาดใหญ่ โดยเฉพาะรถดั้ม หรือรถ 10 ล้อ ก่อสร้าง ซึ่งอาจจะมีเศษวัสดุจากการขนย้ายตกใส่ได้
2.หลีกเลี่ยงการขับตามรถกระบะโพร์วีล หรือ กระบะยกสูง เนื่องจากรถกระบะเช่นนี้ จะใส่ยาวพิเศษ ที่สามารถตะกุยเส้นทางได้ดี และมันอาจจะปั่นหินบนถนนมาโดนคุณได้
3.ขับรถทิ้งระยะห่างราวๆ 1 ช่วงคันรถ นั่นเพื่อทำให้หินที่กระเด็นนั้นมีวิถีโค้งไม่ถึงกระจก ซึ่งหากขับใกล้ไป เมื่อรถคันหน้าปั่นหินมาหาคุณมันจะโดนกระจกบังลมหน้า จนได้รับความเสียหายพอดี
เรื่อง โดย ณัฐยศ ชูบรรจง (Bonn)
ติดตามผู้สื่อข่าวและนักทดสอบรถยนต์ นาย ณัฐยศ ชูบรรจง ได้ที่ Facebook หรือ ทาง Fan page ,Twiter (@Nattayosc), Blog ส่วนตัว
ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com